~ วาเลนไทน์ กลายร่าง ~

posted on 23 Feb 2014 00:35 by tkfungi
 
 
 
 
นั่งนับนิ้ว ผ่านวาเลนไทน์มาสามครั้งในความสัมพันธ์นี้
ความสัมพันธ์กลับกลายมาเป็น ชาย-หญิงสองคนเจอหน้า ทักทายด้วยการทำท่าชกใส่กัน
ด้วยเหตุผลที่เขาบอกว่า เป็นการทักทายแบบชาวเอสกิโม
แรกๆฉันก็งงๆ สงสัยว่าทำไมมาเล่นกับผู้หญิงที่เดินข้างๆกันเหมือนฉันเป็นเด็กผู้ชาย
หลายครั้งเข้า ความน้อยใจสงสัยก็กลายมาเป็นการเตรียมตั้งการ์ดรับมือการทักทายของเขาแทน
 
ความสัมพันธ์เดินเลยความโรแมนติกไปไกลโข
แม้ช่วงระยะเวลาที่สั้น แต่เดินทางกันไปไกล
ทำให้เรากลายมาเป็นเพื่อนสนิทกันมากกว่าคนรัก
กลายมาเป็นที่ปรึกษามากกว่าพูดคำหวาน
หรือกลายมาเป็นการหอบพา ลาก จูงกันไป มากกว่าการจับมือ
 
มีหลายครั้งที่ทั้งความคิดตัวเองและคำพูดคนอื่นมากระทบ
เกิดคำถามที่ว่า ที่แสดงเหมือนเพื่อนหรืออะไรแบบนี้ ใช่ความสัมพันธ์ที่ดีไหม
บางครั้งน้อยใจ จนกลายเป็นโกรธ
บางครั้งโกรธ จนกลายเป็นความคิดที่จ้องจะจับผิด
ความคิดกลายร่างไปได้ไกลและรุนแรงเสมอ
 
แต่หากมานั่งมองด้วยสายตาเป็นมิตรและใจเย็น
ที่ผ่านมามันดีมาก และตอนนี้ก็ไม่ได้มีเรื่องอะไรให้เดือดเนื้อร้อนใจ
ความเป็นเพื่อนสนิทของกันและกัน มองแล้วน่าจะอบอุ่นมากกว่าการเป็นคู่รักที่ร้อนแรง
น่าจะอย่างนั้น
 
 
วาเลนไทนปีนี้ก็ยังไม่หวานเหมือนปีแรก และยังคงเดินทางกันเหมือนปีที่แล้ว
เท่าที่ฉันสังเกตุ ปีนี้เราสื่อสารกันด้วยคำที่สั้นลง
หนาว ร้อน หิว อิ่ม กิน นอน เหนื่อย พูดคำสั้นๆพร้อมตะหวัดหางเสียงให้สูง
มันไม่ใช่ความสัมพันธ์จะกลายร่างไปเป็นห่างเหิน
แต่บางที การที่เรารับรู้และเข้าใจอารมณ์พื้นฐาน รวบกลายมาเป็นคำพูดง่ายๆ สั้นๆ
เป็นการตกตะกอนของความสัมพันธ์ เข้าใจได้ ง่าย และเฮฮาขี้เล่น
 
จากประโยคที่ว่า
"อยากอยู่ใกล้ๆ ไปไหนมาไหนด้วย อยากไปหาอะไรอร่อยๆกินกัน เป็นห่วงนะ อยากไปด้วยกันอีก"
ทั้งหมดอีกยาวที่รวมความสัมพันธ์ดีๆไว้ วาเลนไทน์ปีนี้ก็กลายร่างเป็นการกระทำง่ายๆ
ง่ายมากกว่ารัก ง่ายมากกว่าโรแมนติก
 
เรายิ้มและทักทายแบบเอสกิโม แกล้งตั้งท่าต่อยกัน และหัวเราะด้วยกันเสียงดังลั่น เหมือนเดิม
 
 
 
 
 
ปล. เพิ่งเข้าใจเนื้อเพลง Lucky ของพี่มาร์ช ที่ว่า "I'm lucky I'm in love with my best friend" ก็วันนี้แหละ
หลงผิดคิดว่าพี่แกตกหลุมรักเพื่อนร่วมก๊วนในโรงเรียนมาตั้งนาน 5555

Comment

Comment:

Tweet